เกมไพ่แบล็กแจ็ก มีวิธีนับแต้มอย่างไร?
เกมไพ่แบล็กแจ็กเป็น เกมไพ่ ที่ดูเหมือนเล่นง่าย แต่พอลงรายละเอียดจริงๆ ก็มีเรื่องให้ทำความเข้าใจอยู่พอสมควร โดยเฉพาะวิธีนับแต้มที่เป็นหัวใจสำคัญของเกมนี้ เป้าหมายหลักคือการทำแต้มไพ่ในมือให้ใกล้ 21 มากที่สุด โดยไม่ให้เกินตัวเลขที่กำหนด ใครที่เพิ่งรู้จักเกมนี้อาจสงสัยว่าต้องเริ่มดูไพ่ใบไหนก่อน หรือไพ่แต่ละใบมีค่าเท่าไรกันแน่ ไม่ต้องกังวลไป เพราะเนื้อหานี้จะพาไปรู้จักกติกาแบบเข้าใจง่าย พร้อมอธิบายลำดับไพ่และวิธีคิดแต้มทีละขั้น สำหรับผู้ที่อยากทำความคุ้นเคยกับเกมไพ่ยอดนิยมผ่านทาง 123VIP เว็บคาสิโนอันดับ 1 มีเกมให้เลือกหลากหลาย รวมเกมยอดนิยมหลายประเภทไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ก็สามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นพื้นฐานก่อนตัดสินใจเข้าเล่นจริงได้ อ่านจบแล้วจะเห็นภาพชัดขึ้นว่าควรสังเกตอะไร และทำไมการนับแต้มให้ถูกต้องจึงสำคัญกับทุกตา
ลำดับไพ่ของ เกมไพ่แบล็กแจ็ก คือแบบไหน?
ก่อนจะไปดูวิธีคิดคะแนนแบบละเอียด มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าไพ่แต่ละใบในเกมนี้มีค่าไม่เท่ากันทั้งหมด จุดที่น่าสนใจคือไพ่บางใบดูเหมือนมีลำดับสูง แต่กลับไม่ได้มีคะแนนตามลำดับเดียวกับเกมไพ่ชนิดอื่น เพราะ แบล็กแจ็ก ใช้ระบบนับแต้มเฉพาะของตัวเอง ไพ่หมายเลขทั่วไปจะนับตามตัวเลขบนหน้าไพ่ ส่วนไพ่รูปคนจะมีค่าเท่ากัน และไพ่เอซก็มีเงื่อนไขให้เลือกนับได้ตามสถานการณ์ เมื่อจำหลักเหล่านี้ได้ การรวมคะแนนในมือก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ใครที่กำลังหัดเล่น เกมไพ่แบล็กแจ็ก ควรจำค่าของไพ่แต่ละกลุ่มให้แม่นก่อน เพราะนี่เป็นพื้นฐานที่ 123VIP ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในรอบต่อๆ ไป
- ไพ่หมายเลข 2–10 นับแต้มตามตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าไพ่โดยตรง เช่น ไพ่ 4 มีค่า 4 แต้ม ไพ่ 8 มีค่า 8 แต้ม และไพ่ 10 มีค่า 10 แต้ม วิธีจำง่ายมากคือเห็นตัวเลขเท่าไรก็นับตามนั้นได้เลย
- ไพ่แจ็ก (J) มีค่า 10 แต้ม แม้จะเป็นไพ่รูปคนและไม่มีตัวเลขกำกับ แต่เมื่อนำมาคิดคะแนนในเกมนี้จะนับเท่ากับไพ่ 10
- ไพ่ควีน (Q) มีค่า 10 แต้มเช่นเดียวกับไพ่แจ็ก ไม่ว่าจะเป็นดอกจิก ข้าวหลามตัด โพแดง หรือโพดำ ก็ใช้ค่าคะแนนเดียวกันทั้งหมด
- ไพ่คิง (K) นับได้ 10 แต้มเหมือนกับไพ่รูปคนอีกสองชนิด จึงไม่จำเป็นต้องแยกจำคะแนนตามดอกไพ่ให้ยุ่งยาก
- ไพ่เอซ (A) เป็นไพ่ที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุด เพราะเลือกนับเป็น 1 หรือ 11 แต้มได้ตามความเหมาะสม โดยต้องเลือกค่าที่ทำให้คะแนนรวมไม่เกิน 21 หากนับ 11 แล้วแต้มเกิน ก็สามารถนับเป็น 1 แต้มแทนได้
วิธีนับแต้มไพ่ เกมแบล็กแจ็ก
เมื่อรู้ค่าของไพ่แต่ละใบแล้วขั้นต่อไปคือ วิธีนับแต้มไพ่ ที่นำคะแนนทั้งหมดมารวมกัน หลักการของเกมนี้ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด เพราะเพียงบวกแต้มไพ่ในมือให้ครบ แล้วตรวจสอบว่าคะแนนรวมอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับ 21 แต้ม ก็จะช่วยให้เข้าใจสถานการณ์ของตัวเองได้ดีขึ้น จุดที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษคือไพ่เอซ เพราะค่าของไพ่ใบนี้ปรับได้ตามคะแนนรวมของไพ่ใบอื่น ตัวอย่างเช่น มือที่มีไพ่ 7 กับไพ่ 9 จะรวมเป็น 16 แต้ม ส่วนไพ่คิงกับไพ่ 6 จะรวมเป็น 16 แต้มเช่นกัน แม้หน้าตาของไพ่ต่างกัน แต่คะแนนสุดท้ายเท่ากัน สำหรับผู้ที่สนใจ คาสิโนออนไลน์ การเรียนรู้กติกาและทดลองคำนวณจากตัวอย่างจะช่วยให้คุ้นเคยกับรูปแบบเกมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การนับแต้มผ่านทาง 123VIP ที่ถูกต้องไม่ได้รับประกันว่าจะชนะ เพราะผลของไพ่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่เสมอ
รวมแต้มไพ่ทุกใบในมือให้ถูกต้อง
วิธีที่ง่ายที่สุดคือดูไพ่ในมือทีละใบแล้วบวกคะแนนเข้าด้วยกัน เริ่มจากไพ่หมายเลขที่นับตามหน้าไพ่ จากนั้นจึงรวมไพ่รูปคนที่มีค่าใบละ 10 แต้ม สมมติว่าได้รับไพ่ 5, 7 และคิง คะแนนรวมจะเท่ากับ 22 แต้ม ซึ่งเกิน 21 ไปแล้ว แต่ถ้าได้ไพ่ 3, 6 และควีน คะแนนจะอยู่ที่ 19 แต้ม วิธีคิดแบบนี้ช่วยให้ตรวจสอบคะแนนได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องจำสูตรซับซ้อน เพียงระวังอย่ามองข้ามไพ่ใบใดใบหนึ่ง และควรนับใหม่ทุกครั้งที่มีการจั่วไพ่เพิ่ม เพื่อให้รู้คะแนนปัจจุบันของตัวเองอย่างแม่นยำ
เลือกนับแต้มไพ่เอซให้เหมาะกับมือ
ไพ่เอซเป็นจุดที่ทำให้การนับแต้มแบล็กแจ็กมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น เพราะสามารถนับเป็น 1 หรือ 11 แต้มได้ ลองนึกภาพว่ามีไพ่เอซกับไพ่ 7 อยู่ในมือ จะเลือกนับเอซเป็น 11 ก็ได้ ทำให้มีคะแนนรวม 18 แต้ม แต่ถ้ามีไพ่ 9, 8 และเอซ การนับเอซเป็น 11 จะทำให้แต้มรวมสูงถึง 28 แต้ม ซึ่งเกิน 21 อย่างชัดเจน จึงต้องนับเอซเป็น 1 แทน ทำให้คะแนนรวมเหลือ 18 แต้ม หลักสำคัญคือเลือกค่าที่ไม่ทำให้แต้มเกิน 21 โดยยังคงใช้คะแนนตามกติกาของเกมอย่างถูกต้อง
สังเกตคะแนน 21 แต้มและแต้มเกินกำหนด
เป้าหมายของเกมคือทำคะแนนให้ใกล้ 21 แต้มมากที่สุดโดยไม่เกินตัวเลขนี้ เมื่อรวมไพ่ได้ 21 แต้มพอดี ถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ดีตามเป้าหมายของเกม แต่ต้องแยกให้ออกระหว่างการได้ไพ่สองใบแรกเป็นเอซกับไพ่ที่มีค่า 10 แต้ม ซึ่งเรียกว่าแบล็กแจ็กตามกติกาทั่วไป กับการรวมไพ่สามใบขึ้นไปแล้วได้ 21 แต้ม ส่วนกรณีที่คะแนนรวมเกิน 21 จะเรียกว่าแต้มแตกหรือ Bust และโดยทั่วไปจะถือว่าแพ้ในมือนั้นทันที ดังนั้นการเช็กคะแนนก่อนตัดสินใจจั่วเพิ่มจึงเป็นเรื่องสำคัญ แม้แต้มที่ยังไม่ถึง 21 ก็ไม่ได้หมายความว่าควรจั่วทุกครั้ง เพราะไพ่ใบถัดไปอาจทำให้แต้มเกินได้
Category : คาสิโนออนไลน์
สมัครผ่านระบบ 123vip ฝาก-ถอน AUTO ใน 1 นาที ที่นี่
ติดต่อสอบถาม หรือ Call Center ยินดีบริการทุกท่าน ตลอด 24 ชั่วโมง