× 123vip

เกมไพ่แบล็กแจ็ก มีวิธีนับแต้มอย่างไร?

เกมไพ่แบล็กแจ็กเป็น เกมไพ่ ที่ดูเหมือนเล่นง่าย แต่พอลงรายละเอียดจริงๆ ก็มีเรื่องให้ทำความเข้าใจอยู่พอสมควร โดยเฉพาะวิธีนับแต้มที่เป็นหัวใจสำคัญของเกมนี้ เป้าหมายหลักคือการทำแต้มไพ่ในมือให้ใกล้ 21 มากที่สุด โดยไม่ให้เกินตัวเลขที่กำหนด ใครที่เพิ่งรู้จักเกมนี้อาจสงสัยว่าต้องเริ่มดูไพ่ใบไหนก่อน หรือไพ่แต่ละใบมีค่าเท่าไรกันแน่ ไม่ต้องกังวลไป เพราะเนื้อหานี้จะพาไปรู้จักกติกาแบบเข้าใจง่าย พร้อมอธิบายลำดับไพ่และวิธีคิดแต้มทีละขั้น สำหรับผู้ที่อยากทำความคุ้นเคยกับเกมไพ่ยอดนิยมผ่านทาง 123VIP เว็บคาสิโนอันดับ 1 มีเกมให้เลือกหลากหลาย รวมเกมยอดนิยมหลายประเภทไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ก็สามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นพื้นฐานก่อนตัดสินใจเข้าเล่นจริงได้ อ่านจบแล้วจะเห็นภาพชัดขึ้นว่าควรสังเกตอะไร และทำไมการนับแต้มให้ถูกต้องจึงสำคัญกับทุกตา

ลำดับไพ่ของ เกมไพ่แบล็กแจ็ก คือแบบไหน?

ก่อนจะไปดูวิธีคิดคะแนนแบบละเอียด มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าไพ่แต่ละใบในเกมนี้มีค่าไม่เท่ากันทั้งหมด จุดที่น่าสนใจคือไพ่บางใบดูเหมือนมีลำดับสูง แต่กลับไม่ได้มีคะแนนตามลำดับเดียวกับเกมไพ่ชนิดอื่น เพราะ แบล็กแจ็ก ใช้ระบบนับแต้มเฉพาะของตัวเอง ไพ่หมายเลขทั่วไปจะนับตามตัวเลขบนหน้าไพ่ ส่วนไพ่รูปคนจะมีค่าเท่ากัน และไพ่เอซก็มีเงื่อนไขให้เลือกนับได้ตามสถานการณ์ เมื่อจำหลักเหล่านี้ได้ การรวมคะแนนในมือก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ใครที่กำลังหัดเล่น เกมไพ่แบล็กแจ็ก ควรจำค่าของไพ่แต่ละกลุ่มให้แม่นก่อน เพราะนี่เป็นพื้นฐานที่ 123VIP ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในรอบต่อๆ ไป

  1. ไพ่หมายเลข 2–10 นับแต้มตามตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าไพ่โดยตรง เช่น ไพ่ 4 มีค่า 4 แต้ม ไพ่ 8 มีค่า 8 แต้ม และไพ่ 10 มีค่า 10 แต้ม วิธีจำง่ายมากคือเห็นตัวเลขเท่าไรก็นับตามนั้นได้เลย
  2. ไพ่แจ็ก (J) มีค่า 10 แต้ม แม้จะเป็นไพ่รูปคนและไม่มีตัวเลขกำกับ แต่เมื่อนำมาคิดคะแนนในเกมนี้จะนับเท่ากับไพ่ 10
  3. ไพ่ควีน (Q) มีค่า 10 แต้มเช่นเดียวกับไพ่แจ็ก ไม่ว่าจะเป็นดอกจิก ข้าวหลามตัด โพแดง หรือโพดำ ก็ใช้ค่าคะแนนเดียวกันทั้งหมด
  4. ไพ่คิง (K) นับได้ 10 แต้มเหมือนกับไพ่รูปคนอีกสองชนิด จึงไม่จำเป็นต้องแยกจำคะแนนตามดอกไพ่ให้ยุ่งยาก
  5. ไพ่เอซ (A) เป็นไพ่ที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุด เพราะเลือกนับเป็น 1 หรือ 11 แต้มได้ตามความเหมาะสม โดยต้องเลือกค่าที่ทำให้คะแนนรวมไม่เกิน 21 หากนับ 11 แล้วแต้มเกิน ก็สามารถนับเป็น 1 แต้มแทนได้

วิธีนับแต้มไพ่ เกมแบล็กแจ็ก

เมื่อรู้ค่าของไพ่แต่ละใบแล้วขั้นต่อไปคือ วิธีนับแต้มไพ่  ที่นำคะแนนทั้งหมดมารวมกัน หลักการของเกมนี้ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด เพราะเพียงบวกแต้มไพ่ในมือให้ครบ แล้วตรวจสอบว่าคะแนนรวมอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับ 21 แต้ม ก็จะช่วยให้เข้าใจสถานการณ์ของตัวเองได้ดีขึ้น จุดที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษคือไพ่เอซ เพราะค่าของไพ่ใบนี้ปรับได้ตามคะแนนรวมของไพ่ใบอื่น ตัวอย่างเช่น มือที่มีไพ่ 7 กับไพ่ 9 จะรวมเป็น 16 แต้ม ส่วนไพ่คิงกับไพ่ 6 จะรวมเป็น 16 แต้มเช่นกัน แม้หน้าตาของไพ่ต่างกัน แต่คะแนนสุดท้ายเท่ากัน สำหรับผู้ที่สนใจ คาสิโนออนไลน์ การเรียนรู้กติกาและทดลองคำนวณจากตัวอย่างจะช่วยให้คุ้นเคยกับรูปแบบเกมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การนับแต้มผ่านทาง 123VIP ที่ถูกต้องไม่ได้รับประกันว่าจะชนะ เพราะผลของไพ่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่เสมอ

รวมแต้มไพ่ทุกใบในมือให้ถูกต้อง

วิธีที่ง่ายที่สุดคือดูไพ่ในมือทีละใบแล้วบวกคะแนนเข้าด้วยกัน เริ่มจากไพ่หมายเลขที่นับตามหน้าไพ่ จากนั้นจึงรวมไพ่รูปคนที่มีค่าใบละ 10 แต้ม สมมติว่าได้รับไพ่ 5, 7 และคิง คะแนนรวมจะเท่ากับ 22 แต้ม ซึ่งเกิน 21 ไปแล้ว แต่ถ้าได้ไพ่ 3, 6 และควีน คะแนนจะอยู่ที่ 19 แต้ม วิธีคิดแบบนี้ช่วยให้ตรวจสอบคะแนนได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องจำสูตรซับซ้อน เพียงระวังอย่ามองข้ามไพ่ใบใดใบหนึ่ง และควรนับใหม่ทุกครั้งที่มีการจั่วไพ่เพิ่ม เพื่อให้รู้คะแนนปัจจุบันของตัวเองอย่างแม่นยำ

เลือกนับแต้มไพ่เอซให้เหมาะกับมือ

ไพ่เอซเป็นจุดที่ทำให้การนับแต้มแบล็กแจ็กมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น เพราะสามารถนับเป็น 1 หรือ 11 แต้มได้ ลองนึกภาพว่ามีไพ่เอซกับไพ่ 7 อยู่ในมือ จะเลือกนับเอซเป็น 11 ก็ได้ ทำให้มีคะแนนรวม 18 แต้ม แต่ถ้ามีไพ่ 9, 8 และเอซ การนับเอซเป็น 11 จะทำให้แต้มรวมสูงถึง 28 แต้ม ซึ่งเกิน 21 อย่างชัดเจน จึงต้องนับเอซเป็น 1 แทน ทำให้คะแนนรวมเหลือ 18 แต้ม หลักสำคัญคือเลือกค่าที่ไม่ทำให้แต้มเกิน 21 โดยยังคงใช้คะแนนตามกติกาของเกมอย่างถูกต้อง

สังเกตคะแนน 21 แต้มและแต้มเกินกำหนด

เป้าหมายของเกมคือทำคะแนนให้ใกล้ 21 แต้มมากที่สุดโดยไม่เกินตัวเลขนี้ เมื่อรวมไพ่ได้ 21 แต้มพอดี ถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ดีตามเป้าหมายของเกม แต่ต้องแยกให้ออกระหว่างการได้ไพ่สองใบแรกเป็นเอซกับไพ่ที่มีค่า 10 แต้ม ซึ่งเรียกว่าแบล็กแจ็กตามกติกาทั่วไป กับการรวมไพ่สามใบขึ้นไปแล้วได้ 21 แต้ม ส่วนกรณีที่คะแนนรวมเกิน 21 จะเรียกว่าแต้มแตกหรือ Bust และโดยทั่วไปจะถือว่าแพ้ในมือนั้นทันที ดังนั้นการเช็กคะแนนก่อนตัดสินใจจั่วเพิ่มจึงเป็นเรื่องสำคัญ แม้แต้มที่ยังไม่ถึง 21 ก็ไม่ได้หมายความว่าควรจั่วทุกครั้ง เพราะไพ่ใบถัดไปอาจทำให้แต้มเกินได้

 




สมัครผ่านระบบ 123vip ฝาก-ถอน AUTO ใน 1 นาที ที่นี่
ติดต่อสอบถาม หรือ Call Center ยินดีบริการทุกท่าน ตลอด 24 ชั่วโมง

บทความข่าวสาร